นามเดิม  ปารมี อิ่มแก้ว

เกิด    ๑ มีนาคม ๒๕๐๐

บรรพชา       เมื่อ วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๙ ณ วัดยายร่ม ต.บางมด อ.บางขุนเทียน กรุงเทพฯ โดยมีสมเด็จพระธีรญาณมุนี เขมจารี วัดปทุมคงคาวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์

การศึกษา      

นักธรรมเอก วัดทองวิปัสสนา จ.นครสวรรค์

นักธรรมโท วัดไร่ขิง จ.นครปฐม

นักธรรมตรี วัดราชโอรส กรุงเทพฯ

ปัจจุบัน         จำพรรษาอยู่ที่ วัดพระธาตูผาซ่อนแก้ว ตำบลแคมป์สน จ.เพชรบูรณ์

พระอาจารย์ปารมี สุรยุทฺโธ เป็นผู้มีอัธยาศัยดี จิตใจอ่อนโยน มีเมตตา จึงเป็นที่รักของบุคคลทั่วไป ท่านเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่ออายุได้ ๑๓ ปี ท่านเริ่มรักษาศีล ๘ ทุกวันพระใหญ่ ท่านไม่มีครอบครัว ไม่เที่ยวเตร่ ไม่เสพสุราเมรัย ขณะเป็นฆราวาส ท่านเพียรสร้างทานบารมี ด้วยเมตตาจิตมาโดยตลอด อีกทั้งท่านยังเป็นกุลบุตร ผู้มีความกตัญญูเป็นเลิศ ด้วยการรับหน้าที่เป็นเกษตรกรในไร่ส้ม ทำสวนเกษตรกว่า ๒๐๐ ไร่ เลี้ยงดูบิดา มารดา และท่านยังทำหน้าที่ของอภิชาติบุตร ด้วยการชักนำบิดามารดาไปฟังธรรม ทำบุญ รักษาศีล ในสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จนเมื่ออายุย่างเข้า ๒๙ ปี ท่านจึงได้กราบลาบิดามารดาและพระแม่ธรณี ที่ให้ดอกผลเลี้ยงดูบุพการีและตนเองมาโดยตลอด ท่านมุ่งมั่นเตรียมตัวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ด้วยการหมั่นพากเพียร ท่องบทสวดมนต์อย่างไม่ท้อถอย เพราะมีความปรารถนาเป็นที่ตั้ง เพื่อเจริญรอยตามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเข้าสู่เพศบรรพชิตในปี พ.ศ. ๒๕๒๙

วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ พระอาจารย์ปารมี สุรยุทโธ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสังฆรักษ์

วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ พระอาจารย์ปารมี สุรยุทโธ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูปลัด

วันที่ ๒๘ กรกฎคม   ๒๕๖๒ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาในราชทินนามที่ พระภาวนาวชิรปราการ

วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๔

เกียรติประวัติ

พระอาจารย์ปารมี สุรยุทฺโธ เป็นผู้มีความมุ่งมั่นในการทำกิจต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงมาโดยตลอด ด้วยเป็นผู้มีภาวะผู้นำสูง ท่านจึงริเริ่มนำคณะศิษย์ต่างๆ ร่วมบำเพ็ญกุศล สร้างสาธารณประโยชน์เสมอมา นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระอาจารย์ปารมี สุรยุทฺโธ ได้สร้างสถานปฎิบัติธรรม โบสถ์ ศาลา และเจดีย์ นับรวมได้กว่า ๒๕ แห่งทั่วประเทศ ทั้งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จันทบุรี กาญจนบุรี อุบลราชธานี และเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ท่านยังสร้างศูนย์การเรียนการสอน ร่วมสร้างโรงทาน มอบข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และให้การอุปการะแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

นอกจากกิจกรรมเพื่อพระพุทธศาสนา และสาธารณประโยชน์ที่ท่านบำเพ็ญในวงกว้างแล้ว พระอาจารย์ปารมี สุรยุทฺโธ ยังเป็นผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริจาคโลหิตมากกว่า ๑๐๙ ครั้ง จนได้รับประกาศเกียรติคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกา ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พระเดชพระคุณ พระภาวนาวชิรปราการ (พระอาจารย์ปารมี) ผู้ทรงคุณประโยชน์แก่พระศาสนาและบ้านเมือง จนเป็นบุคคลดีเด่นแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช  2563

พระอาจารย์ปารมี ท่านเน้นการสอนให้ภาวนา ด้วยการมีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ ท่านย้ำเสมอให้ศิษย์อดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค มีจิตมั่นคงในพระพุทธศาสนา ไม่หวั่นไหวในการปฎิบัติธรรม อุปมาเปรียบเหมือนดั่งต้นไม้ ที่ค่อยๆ หยั่งรากแก้วชอนไช ลงไปสู่ใต้ดินลึกอย่างมั่นคง ต้นไม้นั้นจึงจะไม่โค่นล้มโดยง่าย หากเมื่อถึงเวลา ที่จะผลิดอกออกผลในวันใด เมื่อไหร่…ก็เมื่อนั้น.